โอกาส ?

posted on 12 Jan 2012 11:44 by skaman306
หมอกขาวที่กำลังปกคลุมอยุ่ทำให้เราไม่เห็นทาง ข้างหน้าที่จะไปต่อชัดเจน และบางครั้งหมอกก้คล้ายกับควันเพียงแค่ไม่ทำให้เสียน้ำตากับเรื่องบางเรื่อง
..หลายอย่างเปลี่ยนและวนเวียนเข้ามาในชีวิตเป็นด่ั่งหมอกบ้างควันบ้าง
คละเคล้าปนเปกันไป ช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขดั้งหมอกพัดมาให้พอได้เย็นสบาย บางครั้งก้แสบตาและมีน้ำตาดั่งควันที่รุมสุมจน หายใจไม่ออก ..
สัก ครั้งที่เราไม่รุ้ตัวตนและบังคับตัวตนของเราไม่ได้ สัมปะชัญญะได้ขาดหายไปก้อนหินที่ทับด้านมืดของเรามันเล้กเกินไปเล็กลงด้วย ขนาดแอลกอฮอล์ที่กัดกิน มันไม่หนักแน่นพอที่จะต้านทานอารมณ์ที่พัดมาได้
จน ฟุ้งกระจายสับสน ปนผิดหวังที่ทำไมเราถึงต้องเป้นแบบนี้ ...เราจะเสียใจทุกครั้งถ้าหากมันทำให้ใครต้องผิดหวังกับการกระทำอันไร้สติ ของเรา เราน่าจะควบคุมมันอยุ่ แต่ในความจริงแล้วเราอาจจะไม่เลย ไม่ได้คิดมาตั้งแต่แรกว่าจะควบคุมมัน จนมันอยุ่เหนือการควบคุมเรา ถ้าเปรียบดั่งนักมวย ตอนนี้เราก็ไม่ต่างอะไรจากนักมวยที่โดนต้อนซะจน จนมุมไร้ทางออก....นักมวยถึงจะเก่งขนาดไหนก้ต้องมีพี่เลี้ยงไว้คอยชี้ช่อง โหว่เผื่อที่จะได้แก้ไขสถานการณ์ตกเป้นรองได้อย่างทันถ่วงที ตอนนี้จะมีสักกี่คนกันที่ช่วยชี้ช่องโหว่นั้นให้เราได้เห็นข้อบกพร่องของตัว เอง คนที่มีหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนในสิ่งที่เราเป็นอยุ่และบอกในสิ่งที่ไม่ควร ตอนอยุ่บนสังเวียนแต่คนที่ว่านี้คงอยุ่ไม่ไกลจากตรงนี้ ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตขอบคุณที่มาพร้อมสายหมอกและหมู่ควัน
บางครั้งก้ ทำให้เปี่ยมสุข บางวันก็ทำให้เป็นทุกข์จากความคิดถึงหรือจะอะไรก็แล้วแต่....ตอนนี้อาจจะยัง ไม่ชัดเจนหรืออาจจะยังไม่แน่นอน แต่รุ้มั้ยไม่เสียใจเลยถ้าอยุ่บนเวทีแล้วโดนน้อคจนถึงขั้นแพ้ก็ไม่เสียดาย เลยเพราะได้ทำ และได้สุ้อย่างสุดความสามรถแล้ว บางครั้งคุ่ต่อสุ้ที่น่ากลัวที่สุดก็อาจจะเป้นตัวเราเอง .....ถ้าหากในวันหน้าทำได้ จะพยายามเป็นนักมวยที่ดี จะพยายามใส่ใจทุกรายละเอียด และ จะลดข้อบกพร่องลงให้ไม่มีเลย สักวันหนึ่งเราคงจะได้โอกาสจากใครบางคนอีกสักครั้งได้แก้ตัวกับสิ่งที่เราทำ ลงไป ....ในการแข่งขันที่ไม่ต้องการผลแพ้ชนะอย่างตอนนี้ .........

เคยมั้ย ??

posted on 29 Dec 2011 00:28 by skaman306
เคยมั้ยที่ความรุ้สึก..ก่อนหน้านี้ช่าง เลือนลางมากเหลือเกิน แทบไม่รู้สึกอะไรกับใครคนหนึ่ง จนอยุ่ดีๆความเลือนลางนั้นได้ฝ่าหมอกที่ขาวโพลน จนเราตกใจที่ในหมอกนั้นมีใครคนหนึ่งซ่อนอยุ่ จนรุ้ตัวอีกทีมันก็ชัดเจนเหลือเกิน .....จากหมอกสีขาวกลับแปรเปลี่ยนเป็นแสงอุ่นๆที่มาพร้อมกับความรุ้สึกนั้น ... มันชัดเจนแต่เรายังคงเป็นแค่คนรุ้จักกัน เรารุ้จักกันผ่านโลกเสมือนจนบางครั้งตัวตนที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นเช่นไรมิ อาจหยั่งรุ้เลย ความรู้สึกนึกคิดถูกส่งผ่านและสื่อสารนั้นเป็นเหมือนดั่งกุญแจที่ได้เปิดไป สู่โลกอีกใบของกันละกัน เราใช้ตัวหนังสือคุยกัน แต่บางครั้งตัวอักษรก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรุ้สึกได้หมด  ...เท่ากับสีหน้าที่แสดงถึงความเปี่ยมสุข...เศร้า สงสัย หัวเราะ ยิ้ม ...คำนั้นไม่อาจจะสื่อสารความรุ้สึกได้หมดจด แม้แต่กวีชั้นเอกก็ตาม.....ความรุ้สึกเหล่านี้มันก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆยาม ที่ได้คุยกันได้ยินน้ำเสียงได้ยินเสียงของบางอย่างที่พูดออกมา ...จนยากที่จะแยกแยะออกว่า เรารุ้สึกดีที่ได้คุยกัน เพราะนั่นมันคือความเคยชิน หรือ นั่นมันเป็นความรุ้สึกจริงๆ เนิ่นนานวัน นั่นทำให้ผมเริ่มรุ้สึกว่า หากแต่ไม่ใช่ความเคยชิน ตั้งแต่วันแรกที่พยายามตัดความกลัวแล้วกล้าที่จะลองคุยกันผ่านเส้นสายอากาศ ที่มีชื่อว่าโทรศัพท์ จนมาถึงวันที่อะไรบางอย่างเริ่มอึดอัด มันเริ่มโหว่งเหวง มันเหมือนเคว้งคว้าง ไม่มีสติใดควบคุมมันอยุ่
ยาม มันเตลิดไป...หลายครั้งที่เฝ้ามัวแต่คิดถึงแต่เค้า ความรู้สึกแบบนี้บางครั้งมันก้เหมือนบางอย่างที่ชะโลมใจ และมันก้เป็นน้ำกรดชั้นดีที่กัดกินใจและฝากความปวดร้าวไปด้วยเช่นกัน...เรา ทุกคนรักตัวเองและกลัวความผิดหวัง ผมก้เช่นกันแต่หากความผิดหวังในวันเก่าๆได้เสริมสร้างบางอย่างให้ผมได้ แข็งแกร่งพอจะต้านทานมันได้บ้าง..จนความรุ้สึกที่มีมันอึดอัดมันกลัวทั้งที่ จะเดินต่อ หรือจะหยุดมันไว้ แต่สุดท้ายเรื่องราวต่างๆก้ได้รับการปลดปล่อยพันธนาการจากโซ่แห่งความกลัว เหล่านี้ ....ผมเห็นแสงมันรำไรอยุ่ปลายอีกฝากหนึ่ง ไม่รุ้ว่านั่นมันคืออะไร ความสุขหรือ ความผิดหวัง หนทางจากตรงนี้ไปถึงตรงนั้นไกลพอสมควร ก้าวเท้าเข้าไปใกล้จุดหมายแต่ละก้าวย่อมมีเรื่องราวเกิดขึ้น ระหว่างทางไปนี้จะขอให้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีและอยากจดจำมันไว้ตลอดไป ..ถึงแม้ท้ายที่สุดปลายทางมันจะผิดหวังมันจะเศร้าเพียงใด อย่างน้อยเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้เกิดกับใครได้บ่อยๆและถ้าหากปลายทางนั้น เป็นใครสักคน คนที่ฝ่าสายหมอกออกมาปรากฏตรงหน้า และเป็นคนที่ทำให้ผมคิดถึงได้ตลอดเวลา ผมก็อยากจะมอบชีวิตที่เหลือให้จบลงตรงปลายทางนั้น...และให้มันจบและอยุ่กับ คนๆนั้นตลอดไป ........เพราะมันสวยงามและชัดเจนเหลือเกินตอนนี้ ....

" คุณกำลังคิดอะไรอยุ่ "

posted on 30 Sep 2010 01:23 by skaman306
หนังสือหลายๆเล่มที่นอนกองอยุ่ข้างเตียง พร้อมทั้ง คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา หนังสือ บางเล่มไม่ได้อ่านเลย บางเล่มอ่านซ้ำไปซ้ำมาเพราะชอบในบทความ หรือเนื้อหาที่โดนใจ แต่หนังสือเหล่านั้นเป็นสิ่งบอกเล่าของการเวลา ณ ขณะหนึ่งของโลกเราอย่างน้อยๆ ร้อยปีถัดจากนี้ ลุกหลานเราจะได้รุ้ว่า เรามีวัฒนธรรมหลายอย่าง ที่โคตรจะฮา มีหนังสือดาราบ้าบอคอแตก หนังสือโน่นนี่นั่น และสารพัด และ social network อันโด่งดังที่ทำให้ มนุษย์อย่างเราชอบเสพติดการอัพเดท เอีะอ่ะอัพ เอ๊ะอ่ะอัพ บางครั้งมานั่งนึกว่าวันนี้จะอัพอะไร  หรือวันนี้ยังไ่ม่ได้อัพเลย อยุ่ที่ไหน ทำอะไร เมื่อวานไปไหนกับใครมา เจออะไร กินอะไร แลัวยิ่งเมื่อได้เห็นคำว่า " คุณกำลังคิดอะไรอยุ่ " ก็หุนหันพลันแล่น วันนี้จะโพสคำคมอะไรดีให้มีคนมาเม้นทืตอบเยอะๆ หรือแสดงความคิดเห็นเรื่องชาวบ้านชาวเมือง --- บางครั้งคนเราปล่อยจิตว่างบ้างก็จะดีน่ะ  ไม่จำเป็นต้องคิดตลอดเวลาก็ได้เมื่อเห็นคำนี้  " คุณกำลังคิดอะไรอยุ่ " ปล่อยผ่านบ้างก็ดี ไ่ม่จำเป็นต้องบอกไม่จำเป้นต้องคิดตลอดเวลาก้ได้ มันคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ และบางครั้ง การห่างจากสิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณได้คิดอะไรมากกว่าบางสิ่งที่มันถามคุณ ตลอดเวลาที่คุณเปิด ที่ถามคุณว่า " คุณกำลังคิดอะไรอยุ่ "
    อีกร้อยปีข้างหน้า โลกอนาคตอาจจะถึงกับเปลี่ยนให้คนสื่อสารทางการพิมพ์ตัวอักษรมากกว่าการพุด มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้พูดน้อยลง มีประสาทสัมผัสที่เร็วขึ้นเพื่อตอบสนองแป้นพิมพ์ก้ได้ใครจะไปรุ้ !!
ปล. แต่ผมชอบพูดมากกว่าเพราะว่ามันรุ้สึก !!